เราแก่หรือยัง? เปิดสถิติ "อายุเฉลี่ยคนไทย" ในปี 2569 คนไทยแก่แค่ไหนเมื่อเทียบชาติอื่น

เราแก่แค่ไหนในปี 2569? เปิดสถิติ "อายุเฉลี่ยคนไทย" เทียบเวทีโลกและเอเชีย
เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 โครงสร้างประชากรของประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ตัวเลขทางสถิติจากหลายสถาบันยืนยันตรงกันว่า ไทยได้ก้าวเข้าสู่ภาวะ "สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์" (Aged Society) อย่างเต็มตัว และกำลังขยับเข้าใกล้ระดับ "สังคมสูงวัยระดับสุดยอด" (Super-Aged Society) เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
ไทยอยู่อันดับที่เท่าไหร่ของโลก?
จากการประเมินทางประชากรศาสตร์เชิงกลยุทธ์ของ Georank ซึ่งรวบรวมข้อมูลในปี 2569 ระบุว่า ประเทศไทยมีค่ามัธยฐานอายุ (Median Age) หรืออายุกึ่งกลางของประชากรอยู่ที่ประมาณ 41.1 – 42.0 ปี ซึ่งส่งผลให้ไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีประชากรสูงวัยเป็นอันดับที่ 40 ของโลก จากทั้งหมด 196 ประเทศที่มีการสำรวจ นอกจากนี้ ข้อมูลเปรียบเทียบจาก WorldData.info ในช่วงปี 2568-2569 ยังชี้ให้เห็นประเด็นที่น่าตกใจว่า โครงสร้างประชากรของไทยนั้น "แก่กว่า" ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจหลายประเทศ โดยระบุว่าค่ามัธยฐานอายุของไทยที่ 41.9 ปี นั้นสูงกว่าสาธารณรัฐประชาชนจีน (40.8 ปี) และสหรัฐอเมริกา (39.5 ปี) อย่างชัดเจน
ไทยอยู่ที่เท่าไหร่ของเอเชียและอาเซียน?
ในบริบทของทวีปเอเชีย รายงานจาก Georank และ United Nations World Population Prospects ในปี 2569 เปิดเผยว่า อายุเฉลี่ยของประชากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) อยู่ที่เพียง 32.1 ปี แต่ประเทศไทยกลับมีตัวเลขที่สูงกว่าเพื่อนบ้านมาก โดยไทยถือเป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีประชากรสูงวัยที่สุด เป็นรองเพียงสิงคโปร์ในบางฐานข้อมูล ข้อมูลจาก Visual Capitalist และ WorldData ยังระบุความแตกต่างที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน ดังนี้:
- ไทย: อายุเฉลี่ยประมาณ 41.9 ปี
- เวียดนาม: อายุเฉลี่ย 33.5 ปี (ไทยแก่กว่าร่วม 8 ปี)
- อินโดนีเซีย: อายุเฉลี่ย 31.8 ปี
- ฟิลิปปินส์: อายุเฉลี่ย 27.1 ปี
สิ่งนี้สะท้อนว่า ไทยกำลังแบกรับภาระทางโครงสร้างประชากรที่หนักอึ้งที่สุดประเทศหนึ่งในภูมิภาค ในขณะที่เพื่อนบ้านยังมีวัยแรงงานที่อายุน้อยกว่ามาก
อันดับค่ามัธยฐานอายุ (Median Age) ของนานาชาติ ปี 2569
จากการรวบรวมข้อมูลของ Georank และ WorldData.info สามารถสรุปอันดับประเทศที่มีโครงสร้างประชากร "แก่ที่สุด" เปรียบเทียบกับไทยได้ดังตารางต่อไปนี้
| อันดับโลก | ประเทศ / เขตเศรษฐกิจ | ค่ามัธยฐานอายุ (ปี) |
|---|---|---|
| 1 | โมนาโก (Monaco) | 57.5 |
| 2 | ญี่ปุ่น (Japan) | 50.2 |
| 4 | อิตาลี (Italy) | 48.8 |
| 7 | เกาหลีใต้ (South Korea) | 47.0 |
| 8 | เยอรมนี (Germany) | 46.9 |
| 40 | ไทย (Thailand) | 41.1 - 42.0 |
| 44 | จีน (China) | 40.8 |
| 46 | สิงคโปร์ (Singapore) | 39.8* |
| 47 | สหรัฐอเมริกา (USA) | 39.5 |
| 145 | ฟิลิปปินส์ (Philippines) | 27.1 |
*หมายเหตุ: บางฐานข้อมูลอาจจัดอันดับสิงคโปร์และไทยสลับกันขึ้นอยู่กับตัวแปรการย้ายถิ่นฐาน แต่ทั้งสองประเทศถือเป็นกลุ่มที่แก่ที่สุดในอาเซียน
บทสรุป: สาเหตุและอนาคต
สาเหตุหลักของความแก่อย่างรวดเร็วนี้ ข้อมูลจาก สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล (IPSR) ในรายงานสารประชากร มกราคม 2569 ระบุว่า อัตราเจริญพันธุ์รวม (Total Fertility Rate) ของไทยลดต่ำลงเหลือเพียง 0.86 ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนที่ 2.1 ไปมาก นอกจากนี้ World Population Review ยังเสริมข้อมูลว่า อัตราการเกิดของไทยในปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 6-7 คนต่อประชากร 1,000 คน ซึ่งถือเป็นสถิติต่ำเป็นประวัติการณ์ สถานการณ์นี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัว ทั้งในด้านสาธารณสุขและโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อรองรับประชากรวัยทำงานที่ลดลงและผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
